คอลัมน์: มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ

พิมภรากร นิยมานนท์

“อะไรก็ไม่น่าเจ็บใจเท่า เราปล่อยให้คนที่ไม่มีความรู้เรื่องกาแฟ แข่งกันเปิดร้านกาแฟ ใช้เมล็ดกาแฟห่วยๆ หลอกลวงผู้บริโภค คนแบบนี้มันจะเจริญได้ไง” จะบอกให้นะ แบบเนี้ยแม่งโคตรเจริญเลย เห็นมาหลายร้านล่ะ

Hipster or Loser ซีรีส์จาก Bearcave Studio ที่คลอดออกมาเพื่อปลุกปั่นเลือดฮิปสเตอร์ในตัวคุณให้พลุ่งพล่าน ด้วยการหยิบเรื่องราวของเหลวศักดิ์สิทธิ์ที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมาให้อย่างกาแฟ มาโลดแล่นผ่านตัวละครวัยรุ่น อย่างตี๋ ปรัช วัน ที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกันไปดังนี้

ตี๋ (เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์) วัยรุ่นวีแกนที่ไม่แดกเนื้อ แต่กับคนสั่งเอสเพรสโซเย็นนี่จะแดกหัวเขาอยู่ล่ะ มีเมตตาต่อสัตว์ อ่อนโยนกับเมล็ดกาแฟ แต่กับลูกค้าก้าวร้าวฉิบหาย

ปรัช (เบน เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี) หนุ่มมาดเซอร์ ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดัง ที่ถูกญาติพี่น้องแดกดันเรื่องวิถีฮิปสเตอร์ ‘ปรัช’อาจย่อมาจาก ‘ปรัชญาท่วมหัว เอาตัวไม่รอด’ เพราะเงินที่เอามาเปิดร้านก็ไม่ใช่ตัวเอง ซีรีส์เขียนบทให้ปรัชดูเป็นวัยรุ่นเพ้อๆ มีทฤษฎีและปรัชญาในชีวิตมากมาย แต่สำหรับสายตาคนในครอบครัวคือคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อคนหนึ่ง

วัน (จูเนียร์ กรวิชญ์ สูงกิจบูลย์) คนที่ดูเหมือนจะ “พยายาม” เป็นเพอร์เฟ็คชันนิสต์แต่ก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ในสามคนนี้ วันน่าจะเป็นคนที่มองโลกตามความเป็นจริงมากที่สุด เป็นคนออกแบบร้านกาแฟ แม้จะตั้งชื่อที่มีแต่มันนั่นแหละที่อ่านออกอยู่คนเดียว

ตี๋ ปรัช วัน ลงขันกันนำเงินมาเปิดร้านกาแฟสีขาวเล็กๆ (เล็กเชี่ยไร ร้านสีขาวกระจกใส ในสวนสวย เคาท์เตอร์หินอ่อนอิตาลีงี้ เกือบล้านเฟร้ย) แต่เอาเหอะ ตามบทมันก็คือร้านกาแฟเล็กๆ นั่นแหละ ร้านของตี๋ ปรัชวัน ขาย specialty coffee กาแฟจากคลื่นลูกที่สามที่ขายความดื่มด่ำของรสชาติ การคัดเลือกเมล็ดให้ได้คุณภาพ ขั้นตอนการทำกาแฟที่ถูกต้องตามหลักสากล และแน่นอน มันมาพร้อมกับบาริสตางานดี ดีกรีแน่นๆ

ตี๋ ปรัช วัน คิดว่าเราก็แค่ทำในสิ่งที่เรารัก เราใส่ใจกับเมล็ดกาแฟ เราไม่เสิร์ฟกาแฟในแก้วเทคอะเวย์ เพราะไม่ต้องการให้มันไปอยู่ในท้องวาฬและหลอดไปอุดจมูกเต่าตนุ เราเคารพกาแฟ เคารพอุดมการณ์ตัวเอง แล้วก็พยายามที่จะเคารพลูกค้า ด้วยการแนะนำให้ข้อมูลเกี่ยวกับกาแฟที่ถูกต้องให้ แต่ลูกค้ากลับไม่สนใจ ว่ากาแฟจะมาจากแหล่งปลูกไหน ได้รางวัลมากี่สถาบัน ชงด้วยน้ำอุณหภูมิเท่าไหร่ ร้านที่ขายล้างเครื่องชงเครื่องบดกันบ้างหรือเปล่า พวกเขากินกาแฟก็เพราะแค่อยากถ่ายรูปกับร้านสวยๆ หรือกินกาแฟเพราะแค่ไม่อยากง่วง ไอ้เรื่องวีถีชีวิต วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์กาแฟอันนั้นไม่ต้องให้เจ้าของร้านมาบอกหรอก กลับไปเปิดกูเกิลอ่านเอาก็ได้ และยังบอกอีกว่า “เอสเพรสโซเย็น มี เคยสั่ง”

ขณะที่ร้านของทั้งสามกำลังจะปิดตัวลงหลังเปิดได้วันเดียว แกรนด์โอเพนนิ่งเสร็จ เจออุปสรรคเข้าหน่อยแม่งจะปิดเลยจ้า เงินมันเหลือ เป็นลูกเป็นหลานจะหยิกหัวนมให้เขียว นางเอกของเรื่อง ยิ้ม (พรอยมน มนสภรณ์ ชาญเฉลิม) ก็เดินร้องไห้มาสั่งกาแฟสวยๆ ตามสูตร อกหัก ต้องมานั่งจิบกาแฟ ทำตัวเหงาๆ เข้าใจยาก ด้วยความรักในการทำร้านกาแฟ และอยากใช้ศักยภาพความสามารถการตลาดขั้นเทพมากอบกู้ร้านกาแฟที่ทำท่าจะง่อยตั้งแต่วันแรกให้ประสบความสำเร็จ ทั้งทางด้านยอดขาย ควบคู่คุณภาพ ยิ้มจึงตัดสินใจลงเรือลำเดียวกันกับสามหนุ่มโดยไม่รู้ว่า มีศึกใหญ่รออยู่ข้างหน้า

ศึกใหญ่นั้นคือ ยศ (บุ๊ค พงษ์นิรันดร์ กันตจินดา) หนุ่มหน้าขาวมาดกวนคนนี้แหละ ที่จะมาดับฝันพวกร้านกาแฟอินดี้ ยศอดีตเด็กเรียนเก่ง ที่เคยเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันกับ ตี๋ ปรัช และวัน ที่ชวนพังไปกว่านั้นคือเสือกเป็นแฟนเก่าของยิ้ม ยศอาจเป็น “อดีต” ฮิปสเตอร์ ที่มองเกมขาดและเลือกข้างเอาตัวรอด ตัดช่องน้อยแต่พอตัว โบยบินไปได้ไกลกว่าใครๆ เป็นคนที่กล้าออกมาชี้หน้าพวกที่ให้ความสำคัญกับการทำตามความฝันของตัวเองโดยไม่ฟังเสียงคนรอบข้างว่า “พวกแกมันห่วย”

ความเข้มข้นของซีรีส์ เริ่มขึ้นตอนร้านกาแฟสายแมสอย่าง Café Amazing ของยศที่ขยายสาขาอย่างรวดเร็ว และมีมูลค่าธุรกิจนับร้อยล้าน มาเปิดตรงข้ามกับร้านของเหล่าฮิปสเตอร์ โดยมีรสชาติกาแฟเป็นที่น่าขยะแขยงและเสียดแทงหัวใจของคนรักกาแฟสายละเมียดอย่าง specialty coffee แต่เป็นที่รักของนักดื่ม

ความสำเร็จของยศ คือความอัปยศในวงการร้านกาแฟอย่างแท้จริง เมนูขายดีของยศคือเอสเพรสโซเย็น เสิร์ฟในแก้วพลาสติกแม้ลูกค้าจะนั่งดื่มในร้าน ดูดปรื้ดแล้ววางทิ้งไว้ สร้างขยะให้ท้องทะเลและมวลมนุษยชาติ ใช้เมล็ดกาแฟถูกๆ คั่วเข้มๆ จนไม่เหลือคาแรคเตอร์ของเมล็ดกาแฟ สกัดจากบาริสตาที่มีความรู้เรื่องเครื่องดื่มงูๆ ปลาๆ ใส่นมข้นหวาน และนมข้นจืดลงในเครื่องดื่มแก้วยักษ์ให้คนกินเป็นไขมันอุดตันในเส้นเลือด อีกาแฟแบบนี้แหละ ที่ทำให้มีงานวิจัยว่าการกินกาแฟเป็นเรื่องอันตราย เสี่ยงตายด้วยโรคอ้วน ออกมาเป็นดอกเห็ด
แต่ไอ่สัส…………………..
ยศแม่งรวยสุดในเรื่อง

ทันทีที่ซีรีส์นี้ออกฉาย ได้จุดวิวาทะว่าเอสเพรสโซเย็นมีจริงไหม ซึ่งคอลัมน์ “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” ขออยู่ข้างที่ยืนยันว่าเอสเพรสโซเย็น ไม่มีในโลก แต่กาแฟเย็นคั่วเข้มใส่นมข้นหวานที่รสชาติถูกปากคนไทยต่างหาก ที่ได้รับความนิยมแล้วถูกยัดเยียดให้มันเป็นเอสเพรสโซเย็น การที่เราชอบกาแฟชงแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันผิดที่เราไปยัดเยียดให้มันเป็นเอสเพรสโซเย็น มันเหมือนเราเรียกชื่อซันนี่ว่าอนันดาอ่ะ อนันดาคืออนันดา ไม่ใช่ซันนี่โว้ย!

ธุรกิจก็เช่นกัน ตั้งใจจะเป็นแบบไหนก็ไม่ผิด หากว่าชัดเจนและรู้จริงในธุรกิจนั้น ร้านกาแฟหลายร้าน เป็นร้านเล็กๆ เงียบๆ เพราะต้องการคงบรรยากาศแบบนั้น ชีวิตมันวุ่นวายพอแล้ว แต่ในโลกธุรกิจ ความเงียบและนิ่งกลับเป็นสิ่งน่ากลัว การค้าต้องการความเคลื่อนไหว หากมองปัญหาเป็นความท้าทาย การเล่นกับกระแสผู้บริโภคในท้องตลาดก็น่าจะเป็นความหอมหวาน

ถ้าจะได้อะไรจากการดูซีรีส์เรื่องนี้นอกจากมุกแซะบาริสตาและลูกค้าแป๊กๆ แล้ว ก็น่าจะเป็นบทบาทของ ‘ยิ้ม’ ตัวละครที่มีความฝันแต่มองโลกตามความเป็นจริง ยิ้มรู้จักกาแฟ รู้จักยศ รู้จักสามหนุ่มฮิปสเตอร์ เป็นคนเดียวในเรื่องที่ชัดเจนว่า ต้องการเป็นร้านกาแฟที่ดี มีคุณภาพ และขายดี แม้ว่าในปัจจุบันมันจะไม่ใช่

ยิ้มจะทำให้ร้านที่มีคุณภาพอย่าง HÆG UPPÁHELLING คงคุณค่าของร้านไว้ ขณะเดียวกันก็เอาตัวรอดและขายดีอย่าง Café Amazing ได้หรือไม่ เป็นเส้นทางที่ไม่น่าจะง่าย สองเส้นทางนี้จะบรรจบกันได้อย่างไร เราคงต้องติดตามกันต่อไปในเรื่อง